วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

ภาวะมลพิษ

       ภาวะมลพิษ คือของเสีย วัตถุอันตราย และมลสารอื่น ๆ รวมทั้งกากตะกอน หรือสิ่งตกค้างที่ถูกปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ หรือที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ซึ่งก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือภาวะที่เป็นพิษภัยอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนได้ และหมายความรวมถึงรังสี ความร้อน แสง เสียง กลิ่น ความสั่นสะเทือน หรือเหตุรำคาญอื่น ๆ ที่เกิดหรือถูกปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดมลพิษ
       ภาวะมลพิษที่สำคัญ ได้แก่
              1.ภาวะมลพิษทางอากาศ
              2.ภาวะมลพิษทางน้ำ
              3.ภาวะมลพิษทางดิน



ภาวะมลพิษทางอากาศ


       สาเหตุ


              - การเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมหรือยานพาหนะ  
              - การเผาถ่านหินหรือเชื้อเพลิงที่มีกำมะถัน
              - การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ก่อให้เกิดละอองกำมันตรังสี
              - ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟระเบิด ไฟป่า ( มีความเป็นพิษน้อยมาก เนื่องจากแหล่งกำเนิดอยู่ไกล จึงทำให้เข้าสู่สภาวะแวดล้อมของมนุษย์ได้น้อย )
                
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จราจร

       ผลกระทบ


              -แก๊ส SO2 เป็นแก๊สไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน 
       พืช : เมื่อปะปนมากับน้ำฝนทำให้เกิดฝนกรด ส่งผลให้สีใบไม้ซีดจาง และสังเคราะห์แสงไม่ได้ 
       สิ่งก่อสร้าง : กัดกร่อนโลหะและอาคาร บ้านเรือน




       คนและสัตว์ : เมื่อรับแก๊ส SO2 ถ้ารับน้อยจะเกิดอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง โลหิตจางถ้ารับมากเป็นอันตรายต่อปอด ปอดอักเสบ หลอดลมตีบตัน

              -
แก๊ส NO, NO2 ­ NOเป็นแก๊สไม่มีสี เมื่อทำปฏิกิริยากับ O2
ในอากาศจะกลายเป็นแก๊ส NO2 ­
       คนและสัตว์ : จะเกิดการระคายเคืองตา และระบบหายใจ ทำให้
 
เกิดหมอกควัน เสื้อผ้าสีซีดจาง
       โลหะ : ผุกร่อน
       พืช    : พืชผลเสียหาย ฟอกจางสีใบพืช


              -แก๊ส CO เป็นแก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่อหายใจเอาแก๊ส CO 
เข้าไปจะรวมกับฮีโมโกลบินในเลือด ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่ 
สามารถรับออกซิเจนได้ตามปกติ เกิดอาการเวียนศรีษะ หายใจติดขัด คลื่นไส้อาเจียน ถ้าได้รับในปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิต

              -แก๊ส CO2 กักเก็บความร้อนเอาไว้ ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก




              -สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เกิดจากการเผาไหม่ไม่หมด ถ้าเป็นไฮโดรคาร์บอนที่มีพันธะคู่จะรวมตัวกับ O2 ในอากาศ เกิดเป็นสารประกอบ Aldehyde ซึ่งมีกลิ่นเหม็นเกิดการระคายเคือง เมื่อมีการสูดดม ถ้าไฮโดรคาร์บอนรวมกับ O2 และ NO2 จะเกิดเป็นสารประกอบ Peroxy acetyl nitrate (PAN) ซึ่งเป็นพิษ ระคายเคืองต่อตา และระบบหายใจ 


       โครงการในพระราชดำริเพื่อการแก้ไขปัญหา


              ไบโอดีเซล
       ไบโอดีเซล คือ  น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผ่านการผลิตมาจากน้ำมันพืช หรือไขมันสัตว์ผสมกับเอทานอล (Ethanol) หรือ 
เมทานอล (Methanol) เพื่อให้ได้เชื้อเพลิงโมเลกุลเล็กลง ซึ่งจะมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลและสามารถใช้ทดแทนได้



       ประโยชน์ของไบโอดีเซล
              - เผาไหม้ได้สมบูรณ์ทำให้ลดควันดำ จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกโดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน
              - ไอเสียมีมลพิษต่ำกว่าการใช้น้ำมันดีเซล คือ ไม่มีกำมะถันและสารก่อมะเร็งเป็นองค์ประกอบ

              เอทานอล
       เอทานอล (Ethanol) หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol) เป็นแอลกอฮอล์ปฐมภูมิ สูตร CH3CH2OH สามารถผลิตได้จากกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี และกระบวนการหมักวัตถุดิบจำพวกแป้ง และน้ำตาลด้วยจุลินทรีย์ นิยมนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตสารเคมีอื่นๆหรือนำมาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น ใช้เป็นตัวทำละลาย เครื่องดื่ม และเชื้อเพลิง



       ประโยชน์ของเอทานอล

              การใช้เอทานอลจะช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่ไร้สารมลพิษ เช่น ซัลเฟอร์และมีโมเลกุลของออกซิเจนเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 35 โดยน้ำหนัก เมื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์จึงเกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่าเชื้อเพลิงทั่วไป ระบบเครื่องยนต์ที่ใช้เอทานอลจึงสะอาดกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน หรือดีเซล


_________________________________________________________________________________
อ้างอิง
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimmc/2008/07/21/entry-1

http://www.eppo.go.th/royal/m1700_0020.html

ภาวะมลพิษทางดิน


       สาเหตุ


              - การใช้ปุ๋ยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทาง ปุ๋ยเคมีที่ประกอบด้วยธาตุหลักสำคัญของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส และโพแตสเซียม

              - การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช (pesticides) 

              - การปล่อยให้น้ำเสียจากกระบวนการผลิต น้ำเสียส่วนใหญ่ที่มาจากกระบวนการเหล่านี้จะเกิดการชะล้างผ่านสารเคมีต่างๆ ในอุตสาหกรรม เช่น สารพีซีบี (PCB) ที่ใช้ในการผลิตสีและพลาสติก สารเอชซีบี (HCB) ที่ใช้ในการผลิตยางสังเคราะห์
์ 
              - การทิ้งขยะ มลพิษทางดินส่วนใหญ่เกิดจากการทิ้งขยะที่เกิดจากสารเคมีซึ่งยากต่อการย่อยสลาย เช่น กระป๋อง เศษโลหะ และพลาสติก 


       ผลกระทบ


              - ปุ๋ยเคมีที่ประกอบด้วยธาตุ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแตสเซียม เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ดินเปรี้ยว มีสภาพความเป็นกรดสูง ไม่เหมาะสมแก่การปลูกพืช

              - สัตว์ที่หากินในดินจะได้รับพิษจากการสัมผัสสารพิษในดินโดยตรง และจากการบริโภคอาหารที่มีสารพิษปะปนอยู่ สารพิษที่ได้รับส่วนใหญ่จะเป็นยาฆ่าแมลงที่นอกจากจะทำลายศัตรูพืชแล้วยังทำลายศัตรูธรรมชาติ ซึ่งเป็นปรสิตไปด้วยทำให้เกิดการระบาดของแมลงบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อพืชในภายหลัง หรืออาจเกิดการทำลายแมลงที่ช่วยผสมเกสร 

              - พืชที่ดูดซึมสารพิษในดินเข้าไป ทำให้เจริญเติบโตผิดปกติ ผลผลิตต่ำ หรือเกิดอันตราย และการสูญพันธุ์ขึ้น 

       โครงการในพระราชดำริเพื่อการแก้ไขปัญหา

              หญ้าแฝก
 
       หญ้าแฝกจัดว่าเป็นพืชตระกูลหญ้าชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไป มีลักษณะเป็นกอ ใบแคบและยาว ออกดอก ลักษณะรากฝอยสานกันแน่นและรากมีความยาวเป็นพิเศษ หญ้าแฝกกระจายตัวอยู่ทั่วทุกพื้นที่ เจริญเติบโตง่าย ดูแลได้ไม่ยาก ทนแล้งได้เป็นอย่างดี


       ประโยชน์ของหญ้าแฝก
 
              - การปลูกหญ้าแฝกจะช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำให้อุดมสมบูรณ์
              - ป้องกันการกัดเซาะและพังทลายของหน้าดิน 
              - ปรับสภาพดินที่เสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ได้อีกครั้ง 
              - ช่วยพยุงดิน โอบอุ้มความชื้นไว้ใต้ดินลึกเพื่อปรับสภาพดินให้อุดมสมบูรณ์ 
              - ข้อหนา ๆ ที่กอต้นนั้นช่วยกรองตะกอนดินและเศษซากต่าง ๆ ที่ไหลมากับน้ำได้ ชะลอความเร็วและความแรงของน้ำไหลบ่า 

              ห่มดิน

       การห่มดินมีหลายวิธีการ เช่น ใช้ฟางและเศษใบไม้มาห่มดิน หรือวัสดุอื่นตามที่หาได้ตามสภาพทั่วไปของพื้นที่ การใช้พรมใยปาล์ม (wee drop) ซึ่งทำมาจากปาล์มที่ผ่านการรีดน้ำมันแล้ว เริ่มจากการนำทะลายปาล์มมาตะกุยให้เป็นเส้น ๆ ก่อนจะเอาไปอัดให้เป็นแผ่นเป็นผ้าห่มดิน


       ประโยชน์ของการห่มดิน
              - ป้องกันการระเหยของความชื้นที่อยู่ในดิน ทำให้ดินมีความชุ่มชื้นจุลินทรีย์ทำงานได้ดี ส่งผลให้ดินบริเวณนั้นทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
              - ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดแร่ธาตุ 
              - ช่วยคลุมหน้าดินไม่ให้วัชพืชขึ้นรบกวนต้นไม้หรือพืชหลัก

              แกล้งดิน

       สำหรับการแก้ปัญหาสำคัญในเรื่องดินพรุ ดินเปรี้ยว หรือดินเป็น กรดนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระอัจฉริยะภาพคิดค้นวิธีการที่เรียกว่า“แกล้งดิน” หรือ “ทำให้ดินโกรธ” โดยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อให้ดินปล่อยแร่ธาตุที่เป็นกรดออกมา กลายเป็นดินที่มีกรดจัด เปรี้ยวจัด จากนั้นจึงใช้น้ำชะล้างดินควบคู่ไปกับปูน ซึ่งทรงเรียกว่า “ระบบซักผ้า” เมื่อใช้น้ำจืด ชะล้างกรดในดินไปเรื่อยๆ ความเป็นกรดจะค่อยๆจางลง จนสามารถใช้เพาะปลูก ทำการเกษตรได้


______________________________________________________


อ้างอิง
https://www.gotoknow.org/posts/619454
http://home.kapook.com/view159054.html
http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ecology/chapter4/chapter4_soil8.htm
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9590000104722
http://pirun.ku.ac.th/~b5510404795/ห่มดิน.html


ภาวะมลพิษทางน้ำ


       สาเหตุ


              - การปล่อยน้ำเสีย การทิ้งขยะ จากครัวเรือน ชุมชน สถานที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล  ฯลฯ  ทำให้น้ำมัน สารเคมี สารพิษ สารอินทรีย์  เชื้อโรค พยาธิ  ที่ไม่ได้รับการบำบัดหรือมีการจัดการกำจัดที่ถูกต้อง ถูกปล่อยหรือถูกชะล้างสู่แหล่งน้ำ

              - สารเคมีจากการทำการเกษตรได้แก่ ปุ๋ย ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์  สารเคมีกำจัดศัตรูพืช น้ำเสียจากการเพาะปลูกจะมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมปะปนอยู่มาก 

              - ของเสีย น้ำเสีย สารคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดที่ถูกต้องสมบูรณ์ 

              - ของเสีย มูล และน้ำล้างคอก จากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น ฟาร์มสุกร โค ไก่ ฯลฯ น้ำทิ้งจากฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฯลฯ จะมีสารประเภทอินทรีย์เป็นส่วนมาก




       ผลกระทบ


              - ฟอสเฟตที่มาจากปุ๋ยและผงซักฟอก ทำให้พืชน้ำเจริญงอกงามอย่างรวดเร็ว เมื่อพืชน้ำตายจุลินทรีย์ในน้ำจะต้องใช้ O2 จำนวนมากเพื่อย่อยสาลายซากพืชน้ำ ทำให้ O2 ในน้ำลดลง และหมดไปในที่สุด น้ำจึงเน่า เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชัน" (Eutrophication)



              - น้ำมันที่อยู่บริเวณผิวน้ำ จะเป็นฟิลม์กันไม่ให้ O2 ละลายลงไปในน้ำ ทำให้น้ำขาด O2 และสัตว์ที่อยู่บริเวณนั้นตายลง

              - น้ำทิ้งของโรงงานอุตสาหกรรม มีความเป็นกรด-ด่างสูง เมื่อถูกปล่อยลงแหล่งน้ำโดยไม่มีการบำบัด จึงทำให้น้ำมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์

              - สารเคมีที่ใช้ในการเกษตร เมื่อลงสู่แม่น้ำ สัตว์จะได้รับสารพิษและตาย อีกส่วนหนึ่งจะเก็บสะสมสารพิษไว้ในร่างกายและกลับเข้ามาสู่คนในวัฏจักรของห่วงโซ่อาหาร



              - น้ำเสียเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและสุขอนามัยของประชาชน โรคระบาด เช่น อหิวา โรคบิด และน้ำเสียที่เกิดจากโรงงานอุสาหกรรมที่มีสารพิษเจือปนทำให้เกิดโรคร้ายแรง ทำลายสุขภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น โรคมินามาตะ 


       โครงการในพระราชดำริเพื่อการแก้ไขปัญหา


              กังหันน้ำชัยพัฒนา


       กังหันน้ำชัยพัฒนา หรือเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (Chaipattana Low Speed Surface Aerator) ซึ่งเป็น Model RX-2 หมายถึง Royal Experiment แบบที่ 2 มีคุณสมบัติในการถ่ายเทออกซิเจนได้สูงถึง 1.2 กิโลกรัมของออกซิเจน/แรงม้า/ชั่วโมง สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมปรับปรุงคุณภาพน้ำได้อย่างอเนกประสงค์ ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับใช้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ สระน้ำ หนองน้ำ คลอง บึง ลำห้วย ฯลฯ ที่มีความลึกมากกว่า 1.00 เมตร และมีความกว้างมากกว่า 3.00 เมตร



       ประโยชน์ของกังหันน้ำชัยพัฒนา
       ช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากน้ำเน่าเสีย ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณริมแหล่งน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ดีขึ้น ด้วยกระบวนการของกังหันชัยพัฒนาที่ช่วยทำให้น้ำใสสะอาดขึ้น ลดกลิ่นเหม็น และมีปริมาณออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้น สัตว์น้ำต่าง ๆ สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังบำบัดความสกปรกต่าง ๆ ให้ลดต่ำลงได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด


______________________________________________________

อ้างอิง
http://www.chaipat.or.th/site_content/19-248/18-chaipattana-water-turbine-development.html
http://pirun.ku.ac.th/~b521080095/Untitled-6.html
http://ridceo.rid.go.th/buriram/waste_water_problem.html
http://www.weloveroyalty.com/main/th/project/detail/กังหันชัยพัฒนา/8.html